|
Page 3 of 3
กระตุ้นเด็กให้กล้าพูด และใช้ภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติด้วยกิจกรรม โรงเรียนที่มีหลักสูตรเป็น EP (English Program) หลายๆ โรงเรียน จะบังคับให้นักเรียนพูดภาษาอังกฤษกันในโรงเรียนตลอดเวลา แต่ของเราจะไม่ได้บังคับ เพราะเห็นว่าการจะบังคับให้นักเรียนพูดภาษาอังกฤษในบรรยากาศที่ไม่ใช่สังคมที่ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน มันจะฝืน และผิดธรรมชาติ นักเรียนจะพูดและใช้ภาษาอังกฤษในวิชาที่ครูสอนเป็นภาษาอังกฤษ นอกจากนี้เราพิจารณาว่าให้มีสัปดาห์หนึ่ง ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความสามารถ และใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารภายในโรงเรียน ก็เกิดเป็นกิจกรรม “English Speaking Week” ขึ้นมา ให้นักเรียนได้ออกมาเสนอสาระน่ารู้หน้าเสาธง และมีการแข่งขัน Spelling Bee (การแข่งขันสะกดคำภาษาอังกฤษ) แล้วในอนาคตจะจัดให้มี Speaking Contest ระหว่างห้องเรียนด้วย เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้ใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้ผลมากกับเด็กเล็กชั้นประถม แต่กับเด็กมัธยมเขาก็ยังมีเขินๆ อยู่บ้าง
ตำราเรียนที่คัดสรรมาอย่างดี ส่วนหนังสือ ตำราเรียนที่เราใช้ ถ้าเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ ส่วนมากจะสั่งมาจากสิงค์โปร์ เพราะเลือกแล้วว่าสอดคล้องกับหลักสูตรไทยมากที่สุด เพราะเป็นระบบการเรียนแบบเอเชียเหมือนกัน หลักสำคัญในการเลือกตำราเรียนให้เด็กก็คือ นอกจากจะมีเนื้อหาตรงตามหลักสูตรแล้ว ภาษาอังกฤษที่ใช้ในตำราเรียนนั้นจะต้องไม่ยาก และซับซ้อนมากเกินไป เพราะถ้ายากจะทำให้เกิดปัญหาในการเรียนได้ค่ะ เช่น วิชาคณิตศาสตร์ ถ้านักเรียนมีความสามารถในวิชาคณิตศาสตร์ แต่มีศักยภาพไม่สูงนักสำหรับการใช้ภาษาอังกฤษ เมื่อมาเจอตำราคณิตศาสตร์ที่ใช้ภาษาอังกฤษยากๆ ก็จะทำให้เขามีปัญหาในการเรียนได้
การนำโลกตะวันตกมาบรรจบการโลกของการเรียนแบบไทย
Teacher Joseph Waggoner ครูประจำชั้น G1 (ประถม 1)
วิธีแก้การเขินอายในการพูดภาษาอังกฤษของเด็กๆ ในช่วงต้นๆ ของการเรียน เด็กๆ อาจจะอายที่จะพูดภาษาอังกฤษ แต่จากนั้นอีกสักเดือนสองเดือน เขาก็จะชอบและตื่นเต้นที่ได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษไปเอง และเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เขาพูด ทุกๆ สัปดาห์ เขาก็จะต้องออกไปพูดประโยคที่แตกต่างกัน 3 ประโยคหน้าห้อง และโรงเรียนนี้ก็มีกิจกรรม การประกวดแข่งขันต่างๆ รวมทั้งเกมที่ช่วยฝึกให้นักเรียนได้ใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น
การมีครูสองคนในห้อง ช่วยได้มาก การจัดบรรยากาศการเรียนการสอนในห้องเรียน ผมจะไม่เน้นสอนแต่ในตำราเรียน แต่จะสอนให้เด็กเรียนรู้แง่มุมต่างๆ ของมนุษย์ด้วย และผมมีครูประจำชั้นคนไทยอีกคนในห้องเรียน ซึ่งในชั่วโมงที่ผมสอน บทบาทของเธอก็จะเป็นผู้ช่วย โดยเฉพาะเวลาที่สอนอะไรแล้วเด็กไม่เข้าใจ เธอจะคอยช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจ ซึ่งจะเป็นช่วงแรกของปีการศึกษาเท่านั้น เพียงแค่เดือนสองเดือนหลังจากนั้นเด็กๆ จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้มากขึ้นจนอยู่ในระดับที่สามารถเรียนได้โดยไม่ต้องมีครูไทยช่วย
เด็กไทยเรียนหนักกกว่าเด็กอเมริกัน แม่ของผมก็เป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่แคลิฟอร์เนีย เลยทำให้รู้ว่าโรงเรียนไทยค่อนข้างเข้มงวดมาก การเรียนของเด็กไทยเข้มข้นมากๆ ไม่ค่อยจะมีชั่วโมงพัก และมีชั่วโมงเรียนเยอะมาก ต่างจากโรงเรียนในแคลิฟอร์เนียที่นักเรียนจะมีชั่วโมงพักมากกว่านี้ มีเวลาได้รีแลกซ์ แต่ผมคิดว่าแบบโรงเรียนไทยก็ดี เพราะเด็กได้เรียนหลายๆ คาบเรียนทั้งเลข วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ และอีกหลายๆ วิชาที่เรียนเป็นภาษาอังกฤษ เมื่อพวกเขาเรียนต่อเนื่องกัน ก็จะไม่ต้องปรับตัวไปมา ให้ตัวเองกลับมาโฟกัสเรื่องที่เรียนใหม่ หลังจากที่ไปพักมา
แต่ผมว่าเด็กที่ไหนก็เหมือนกันหมด เพราะว่าเด็กก็คือเด็ก ผมว่าเด็กที่นี่ก็คงเหมือนกับเด็กที่อเมริกา เพียงแต่เด็กไทยจะเรียนหนักกว่าเด็กที่อเมริกาเท่านั้นเอง
ครูหลากหลายเชื้อชาติ ยิ่งช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก มันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ ที่มีทั้งครูที่มาจากอเมริกา อังกฤษ และออสเตรเลีย เพราะเด็กๆ สามารถเรียนรู้ถึงความแตกต่างของแต่ละชนชาติได้จากประสบการณ์ของครูแต่ละคน เด็กๆ จะได้เรียนรู้เรื่องที่เกี่ยวกับอเมริกา และได้เรียนรู้เรื่องของประเทศอังกฤษ กับออสเตรเลียด้วย การที่ครูแต่ละคนมาจากหลายๆ ประเทศ ไม่ได้มีปัญหาต่อการสอน กลับเป็นสิ่งที่ดีด้วยซ้ำ
วิธีช่วยให้เด็กเรียนเป็นภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้น วิธีที่ผมใช้เพื่อช่วยให้กับเด็กเรียนเป็นภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้น คือ ผมจะพยายามทำอะไรซ้ำๆ กันทุกวัน เช่น เริ่มต้นการสอนด้วยวิธีการเดิมทุกวัน ผมพยายามจะไม่เปลี่ยนวิธีการสอนมากนัก เด็กๆ จะได้คุ้นชินกับวิธีการสอนและคำศัพท์ที่ผมใช้ ซึ่งพอเด็กๆ ได้ยินสิ่งที่ผมพูดเหมือนเดิมซ้ำๆ กันทุกวัน วันละ 5 – 6 ชั่วโมง เขาก็จะจำได้เองว่าที่ครูพูดนี้หมายถึงอะไร และทำให้เข้าใจเรื่องที่เรียนได้ง่ายขึ้น เพราะจะรู้อยู่แล้วว่าในคาบเรียนนี้ตัวเองจะต้องทำอะไรบ้าง และบางทีก็มีเล่นเกม และให้รางวัลด้วย เด็กๆ จะได้ตื่นเต้นที่จะเรียนมากขึ้น
และถ้าเด็กมีปัญหาในการเรียน ครูที่นี่ก็จะมีการติดต่อกับผู้ปกครองอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว ครูก็จะมีการคุยและปรึกษากับผู้ปกครองตลอดเวลา และเป็นเรื่องสำคัญมากที่ครูอย่างผมจะต้องทำให้เด็กเชื่อใจ เพราะบางทีตอนแรกๆ เด็กๆ ก็กลัวครู
ส่วนเรื่องการเสริมความรู้ภาษาอังกฤษนอกห้องเรียน ผมคิดว่าการดูการ์ตูนภาษาอังกฤษ ก็สามารถช่วยพัฒนาภาษาอังกฤษของเด็กๆ ได้เหมือนกัน แถมยังสนุกอีกต่างหาก
Tag: อนุบาล, โรงเรียนอนุบาล, หาโรงเรียน, โรงเรียนดรุณพัฒน์, แนะนำโรงเรียน, หลักสูตร, เลือกโรงเรียน, โรงเรียนอนุบาล, ชั้นอนุบาล, เตรียมประถม, โรงเรียนประถม, โรงเรียนมัธยม, ชั้นมัธยม, โรงเรียนสองภาษา

โรงเรียนดรุณพัฒน์ ถ.ประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพ 10900 โทร 0-2589-6560 แฟกซ์ 0-2589-4639 Email
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
เว็บไซต์ http://www.daroonpat.ac.th/




|